เครนหมายถึงอะไร ? อธิบายครบทั้งนิยาม ประเภท และวิธีเลือก

รถเครนคือเครื่องจักรกลที่ใช้สำหรับยกสิ่งของหรือวัตถุที่มีน้ำหนักมาก

Key Takeaways
รถเครนหรือปั้นจั่นถือเป็นเครื่องจักรกลหนักที่เป็นหัวใจสำคัญในงานก่อสร้างและอุตสาหกรรม มีหน้าที่หลักในการยกและเคลื่อนย้ายวัสดุที่มีน้ำหนักมหาศาล โดยแบ่งประเภทการใช้งานหลักออกเป็นปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่และรถเครนเคลื่อนที่ การตัดสินใจเลือกใช้งานเครื่องจักรให้ตอบโจทย์หน้างานและปลอดภัยสูงสุด จำเป็นต้องประเมินปัจจัยทางวิศวกรรมอย่างรัดกุม อีกทั้งยังจะต้องเข้าใจในการอ่านตารางน้ำหนักยก ระยะความสูง รัศมีการทำงาน สภาพแวดล้อมหน้างาน และความแข็งแรงของชั้นดิน นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องจะต้องมีความเชี่ยวชาญ พร้อมปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยและข้อบังคับทางกฎหมายควบคู่ไปกับการตรวจสภาพเครื่องจักรอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและช่วยให้การบริหารจัดการโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด

Table of Contents

สำหรับหลายคน โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ไม่ได้ลงไปคลุกคลีกับไซต์หน้างาน ภาพจำของคำว่า “รถเครน” คงจะคิดไปว่าคือเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีกำลังเพื่อใช้สำหรับยกของหนักตามไซต์งานก่อสร้าง แต่รู้หรือไม่ว่า รถเครนที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีรายละเอียดทางเทคนิคและประเภทที่หลากหลายกว่าที่คิด ดังนั้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกข้อมูลทางเทคนิคที่ผู้รับเหมา ผู้ควบคุมงาน และผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนจำเป็นต้องรู้ ตั้งแต่นิยามที่ถูกต้อง ประเภทของเครน ไปจนถึงวิธีการเลือกรถเครนให้เหมาะกับหน้างานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

ทำความรู้จัก “เครน” คืออะไร ?

ในทางวิศวกรรมคำว่าเครน หมายถึงเครื่องจักรกลที่ใช้สำหรับยกสิ่งของหรือวัตถุที่มีน้ำหนักมาก และทำการเคลื่อนย้ายวัตถุเหล่านั้นไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ลักษณะการทำงานหลักคือการยกวัตถุให้แขวนลอยในอากาศด้วยระบบสลิงและตะขอ จากนั้นจึงหมุนหรือเคลื่อนที่เพื่อนำไปวางยังจุดหมายที่ต้องการ 

กลไกการทำงานของเครนอาศัยหลักการทางฟิสิกส์เรื่องคานงัดและระบบไฮดรอลิกในการสร้างแรงยกที่มหาศาล ซึ่งช่วยทุ่นแรงและประหยัดเวลาได้เป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับการใช้แรงงานคนหรือเครื่องมือขนาดเล็ก นอกจากนี้ การทำงานของเครนยังต้องอาศัยการรักษาสมดุลของจุดศูนย์ถ่วงเพื่อป้องกันการพลิกคว่ำในขณะที่ทำการยกของหนัก

นอกจากนั้น ในบริบทของกฎหมายไทย รวมถึงวงการชั่งมักนิยมเรียกเครนว่า “ปั้นจั่น” โดยทั้งสองคำสามารถใช้ทดแทนกันได้อย่างตรงตัว

ประเภทของปั้นจั่นและรถเครนที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรม

เครื่องจักรสำหรับงานยกสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 หมวดหมู่ใหญ่ ๆ ตามลักษณะการติดตั้งและการเคลื่อนที่ ดังนี้

1. ปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่ 

เป็นปั้นจั่นที่ถูกติดตั้งไว้ ณ จุดใดจุดหนึ่งอย่างถาวรหรือกึ่งถาวร ไม่สามารถเคลื่อนที่ย้ายตำแหน่งฐานได้ด้วยตัวเองในขณะทำงาน นิยมใช้ในพื้นที่ที่มีขอบเขตการทำงานชัดเจน เช่น

  • ทาวเวอร์เครน : ปั้นจั่นหอสูงที่คุ้นตาตามไซต์งานก่อสร้างตึกระฟ้า มีความโดดเด่นเรื่องความสูงและรัศมีการยกที่กว้างขวาง
  • เครนเหนือศีรษะ : ปั้นจั่นที่ติดตั้งบนโครงสร้างหลังคาหรือรางเลื่อนภายในโรงงานอุตสาหกรรม  โดยทั่วไปจะมีการเลือกใช้โครงสร้างที่แตกต่างกันตามพิกัดน้ำหนักยก ซึ่งรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมากในสายการผลิตทั่วไปคือ เครนรางเดี่ยว เนื่องจากมีโครงสร้างที่กะทัดรัด น้ำหนักเบา ช่วยประหยัดพื้นที่ใต้หลังคา และตอบโจทย์การยกย้ายเครื่องจักรหรือวัตถุดิบที่มีน้ำหนักไม่สูงมากนักได้อย่างคุ้มค่าการลงทุน

2. รถเครนชนิดเคลื่อนที่ 

รถเครนหมายถึงเครนที่ติดตั้งอยู่บนยานพาหนะที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถเดินทางไปยังไซต์งานต่าง ๆ ได้สะดวก รถเครนประเภทนี้ที่นิยมใช้ ได้แก่

  • เครนล้อยาง : มีลักษณะคล้ายรถบรรทุกขนาดใหญ่ วิ่งบนถนนปกติได้ด้วยความเร็วระดับหนึ่ง เหมาะกับงานที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อยครั้ง
  • เครนตีนตะขาบ : ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบตีนตะขาบเพื่อกระจายน้ำหนักลงสู่พื้นดิน เหมาะสำหรับไซต์งานที่พื้นผิวขรุขระ ดินอ่อน หรือพื้นที่ที่ยังไม่ได้ปรับสภาพหน้างานอย่างสมบูรณ์
  • รถเฮี๊ยบ : เป็นรถบรรทุกที่มีการติดตั้งเครนขนาดเล็กถึงขนาดกลางไว้ด้านหลังห้องโดยสาร สามารถยกของและบรรทุกสัมภาระไปพร้อม ๆ กันได้ในคันเดียว
  • เครนล้อยางสำหรับพื้นที่ขรุขระ : เครนเคลื่อนที่ประเภทนี้ออกแบบมาให้มีฐานล้อที่สั้นและสามารถบังคับเลี้ยวได้ทุกล้อ เหมาะสำหรับไซต์งานที่มีพื้นที่แคบและสภาพพื้นผิวไม่เรียบ

เครนเคลื่อนที่มีหลากหลายขนาดให้เลือกตามการใช้งาน

เลือกรถเครนอย่างไรให้เหมาะกับหน้างานและปลอดภัย ?

การตัดสินใจเช่าหรือซื้อรถเครนต้องอาศัยการประเมินปัจจัยทางวิศวกรรมและสภาพแวดล้อมอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและหลีกเลี่ยงการใช้จ่ายงบประมาณที่เกินความจำเป็น โดยปัจจัยหลักที่ต้องพิจารณามีดังนี้

น้ำหนักของวัตถุที่ต้องการยก

สิ่งแรกที่ต้องทราบคือน้ำหนักที่แท้จริงของสิ่งของที่ต้องการยก และที่สำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจตารางน้ำหนักยกของรถเครนเคลื่อนที่แต่ละรุ่น ผู้ใช้งานต้องตระหนักเสมอว่ารถเครนหนักกี่ตัน และรุ่นดังกล่าวสามารถยกของได้หนักที่สุดเท่าไร ตัวอย่างเช่น รถเครนขนาด 50 ตัน ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถยกของหนัก 50 ตันได้ในทุกระยะและทุกความสูง ความสามารถในการยกสูงสุดจะทำได้เมื่อระยะรัศมีใกล้ตัวรถมากที่สุดเท่านั้น

ระยะความสูงและรัศมีการยก

รัศมีการทำงานคือระยะห่างทางแนวราบจากจุดศูนย์กลางการหมุนของรถเครนไปยังจุดศูนย์กลางของตะขอยก หากยิ่งต้องยื่นความยาวบูมออกไปไกลมากเท่าไหร่ หรือยิ่งรัศมีการยกกว้างขึ้น ความสามารถในการรับน้ำหนักของรถเครนก็จะยิ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามหลักโมเมนต์ของแรง ดังนั้น ต้องวัดระยะห่างจากจุดตั้งรถเครนถึงจุดที่ต้องการวางวัตถุให้แม่นยำ เพื่อนำไปเทียบกับ Load Chart ก่อนตัดสินใจเลือกรุ่นรถเครนให้เหมาะสมกับพื้นที่หน้างาน 

สภาพพื้นที่หน้างาน

ต้องทำการสำรวจพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อดูอุปสรรคและข้อจำกัดต่าง ๆ เช่น มีสิ่งกีดขวางเหนือศีรษะหรือไม่ พื้นที่สำหรับกางขาหยั่งของรถเครนล้อยางมีความกว้างเพียงพอหรือไม่ หรือวงเลี้ยวในการหมุนสวิงท้ายเครนติดขัดกับสิ่งก่อสร้างข้างเคียงหรือไม่ เป็นต้น

ความแข็งแรงของชั้นดิน

ความสามารถในการรับน้ำหนักของพื้นดินเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัย หากเป็นหน้างานที่ดินอ่อน การใช้เครนตีนตะขาบจะตอบโจทย์มากกว่าเนื่องจากมีการกระจายน้ำหนักได้ดีกว่าล้อยาง แต่หากจำเป็นต้องใช้เครนล้อยาง จะต้องมีการใช้แผ่นรองขาหยั่งที่มีความกว้างและแข็งแรงเพียงพอ เพื่อป้องกันไม่ให้ดินทรุดตัวซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รถเครนพลิกคว่ำ

ประโยชน์อื่น ๆ ของรถเครนที่คุณอาจยังไม่รู้

หลายคนอาจเข้าใจว่ารถเครนหมายถึงเครื่องจักรกลที่มีหน้าที่เฉพาะในงานก่อสร้างเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ความสามารถในการยกและการเข้าถึงพื้นที่สูง ทำให้รถเครนเคลื่อนที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางในหลากหลายอุตสาหกรรม

  • งานซ่อมบำรุงและทำความสะอาด : การยกเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ขึ้นไปติดตั้งบนดาดฟ้าอาคาร, งานทำความสะอาดกระจกตึกสูงที่กระเช้าแบบปกติเข้าไม่ถึง หรือการยกชิ้นส่วนเครื่องจักรหนักเพื่อทำการซ่อมแซมภายในโรงงานอุตสาหกรรม
  • อุตสาหกรรมบันเทิง : เบื้องหลังเวทีคอนเสิร์ตขนาดใหญ่มักใช้รถเครนในการยกและติดตั้งโครงสร้างเวที ระบบไฟแสงสี ระบบเสียง รวมถึงการใช้เครนเพื่อเป็นฐานสำหรับกล้องมุมสูงในการถ่ายทำภาพยนตร์และงานอีเวนต์
  • งานกู้ภัยและบรรเทาสาธารณภัย : ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น รถไฟตกราง รถบรรทุกพลิกคว่ำขวางถนน หรือเหตุอาคารวิบัติ รถเครนคือเครื่องจักรสำคัญที่ถูกเรียกใช้งานเพื่อยกเศษซากปรักหักพัง เปิดทางเข้าออก หรือกู้ซากยานพาหนะขนาดใหญ่อย่างเร่งด่วน
เครนเคลื่อนที่ขนาด 300 ตันเหมาะสำหรับงานก่อสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่

ปัจจัยการเกิดอุบัติเหตุในการใช้เครน

ถึงแม้รถเครนคือเครื่องจักรที่มีประโยชน์มหาศาล แต่หากใช้งานอย่างผิดวิธีก็สามารถก่อให้เกิดโศกนาฏกรรมรุนแรงได้เช่นกัน การเรียนรู้สาเหตุและการป้องกันจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถละเลยได้ โดยอุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากรถเครน สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สาเหตุหลัก ได้แก่

1. อุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากการปฏิบัติงานที่ไม่ปลอดภัย (Unsafe Acts) 

สถิติระบุว่าสาเหตุนี้มีอัตราที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุในระหว่างปฏิบัติหน้าที่สูงถึง 88% โดยส่วนใหญ่มักจะมาจาก 3 องค์ประกอบต่อไปนี้

  • ไม่ปฏิบัติตามกฎและข้อบังคับที่กำหนดไว้ : เช่น การฝ่าฝืนใช้รถเครนยกสิ่งของที่มีน้ำหนักเกินกว่าที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ใน Load Chart, ลัดขั้นตอนระหว่างปฏิบัติหน้าที่, ปลดระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ หรือไม่ได้ทำการตรวจเช็กสภาพรถเครนอย่างละเอียดก่อนเริ่มใช้งาน
  • ผู้ปฏิบัติหน้าที่ขาดความรู้ : ผู้ควบคุมรถเครน และผู้ให้สัญญาณมือ ทุกคนจำเป็นต้องผ่านการเข้าอบรมและมีความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้อย่างลึกซึ้ง การขาดความเข้าใจในหลักการทางวิศวกรรมพื้นฐานถือเป็นสาเหตุร้ายแรงที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
  • ทัศนคติไม่ถูกต้อง : การมองว่าการเกิดอุบัติเหตุเป็นเรื่องของดวงชะตา อุบัติเหตุเกิดเพราะความซวยหรือโชคร้าย ทำให้พนักงานเกิดความประมาท ชะล่าใจ และไม่ทันระวังตัวในการทำงาน

2. อุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากสภาวะไม่ปลอดภัย

ได้แก่ สภาพแวดล้อมและตัวเครื่องจักรที่ไม่พร้อม เช่น เครื่องจักรเสื่อมสภาพ ขาดการซ่อมบำรุง, สถานที่ทำงานไม่ปลอดภัย, พื้นผิวหน้างานเป็นหลุมเป็นบ่อหรือดินอ่อน, การปฏิบัติงานใกล้พื้นที่ทางลาดชัน และการที่เจ้าหน้าที่ไม่สวมใส่อุปกรณ์นิรภัย

ข้อปฏิบัติเพื่อการใช้งานรถเครนอย่างปลอดภัย

เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ควรยึดถือแนวทางปฏิบัติดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด 

  • ผู้บังคับรถเครนต้องมีความชำนาญ : จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับรถเครน การอ่าน Load Chart และเข้าใจความหมายของสัญญาณมืออย่างถูกต้อง มาตรฐานการสื่อสารระหว่างคนขับและผู้ให้สัญญาณต้องตรงกัน
  • สวมใส่อุปกรณ์นิรภัย : ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่ทุกคนในรัศมีการทำงานต้องสวมใส่อุปกรณ์นิรภัยพื้นฐานทุกครั้ง เช่น หมวกนิรภัย รองเท้าเซฟตี้ เสื้อสะท้อนแสง
  • จัดระเบียบห้องควบคุม : ไม่ควรวางอุปกรณ์เกะกะภายในห้องควบคุม เพราะอาจกลิ้งไปขัดกับคันบังคับหรือแป้นเหยียบ ทำให้สูญเสียการควบคุมได้
  • ป้ายเตือนต้องชัดเจน : ดูแลทำความสะอาดป้ายเตือน แผงหน้าปัดแสดงผล และตารางน้ำหนักยก ภายในห้องควบคุมให้สามารถมองเห็นและอ่านได้อย่างชัดเจนเสมอ
  • ปรับเบาะนั่งให้เหมาะสม : ผู้ควบคุมควรปรับเบาะนั่งให้เหมาะสมกับสรีระร่างกาย เพื่อลดความเหนื่อยล้าและให้สามารถเอื้อมเพื่อการควบคุมปุ่มหรือจับคันโยกต่าง ๆ ได้อย่างถนัดมือ 
  • ห้ามมีสิ่งของร่วงหล่น : ไม่ควรวางวัตถุ เครื่องมือ หรือสิ่งของใด ๆ ไว้บนชิ้นงานในขณะที่กำลังใช้รถเครนเคลื่อนย้าย เพื่อป้องกันการร่วงหล่นลงมาทำอันตรายต่อผู้ที่อยู่ด้านล่าง
  • การสตาร์ตเครื่องยนต์ : ไม่ควรสตาร์ตเครื่องยนต์ หากไม่ได้นั่งอยู่ประจำที่ภายในห้องควบคุม เพื่อป้องกันการทำงานผิดพลาดของระบบ
  • ปฏิบัติตามกฎจราจร : ในกรณีที่ใช้ถนนสาธารณะในการเดินทางย้ายเครื่องจักร ให้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด รวมถึงการจัดรถนำขบวนหากจำเป็น
  • ตรวจสอบสภาพตามที่กฎหมายกำหนด : จำเป็นต้องมีการตรวจเช็กสภาพรถเครนตามที่กฎหมายกำหนด โดยวิศวกรเครื่องกลที่ได้รับใบอนุญาต เช่น เอกสาร ปจ.2 สำหรับรถเครนเคลื่อนที่ และ ปจ.1 สำหรับปั้นจั่นอยู่กับที่

ยกระดับความปลอดภัยให้ทุกโครงการ เลือกบริการเช่ารถเครนพร้อมคนขับจาก EK CRANE

 การเลือกรถเครนให้ตอบโจทย์หน้างานและปลอดภัยสูงสุดอาจมีความซับซ้อนที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ดังนั้น เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโครงการของคุณ EK CRANE ผู้นำด้านบริการให้เช่ารถเครนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยพร้อมให้บริการเช่ารถเครนพร้อมคนขับในราคาที่สมเหตุสมผล เรามีกองทัพรถเครนหลากหลายประเภทที่พร้อมลุยทุกสภาพหน้างาน สามารถเลือกเช่ารถเครนตั้งแต่ขนาด 10 ตันสำหรับไซต์งานขนาดเล็กในกรุงเทพฯ หรือต้องการเช่ารถเครนขนาด 25 ตันสำหรับงานวางท่อในจังหวัดอยุธยา หรือสำหรับงานยกของใหญ่ที่ต้องเช่ารถเครน 300 ตันกับงานติดตั้งเครื่องจักรในจังหวัดระยอง ไปจนถึงการเช่ารถเครน 550 ตันสำหรับเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ เราก็พร้อมให้บริการ  

 รถเครนทุกคันของเราผ่านการตรวจเช็กสภาพและมีเอกสารรับรองความปลอดภัย (ปจ.2) พร้อมปฏิบัติงานร่วมกับทีมวิศวกรผู้ออกแบบแผนการยกและพนักงานขับรถเครนที่ผ่านการอบรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกการยกของคุณแม่นยำ ปลอดภัย และราบรื่นตั้งแต่ต้นจนจบโปรเจกต์

ติดต่อ EK CRANE วันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษและแผนการเช่าที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ

  • สำนักงานใหญ่ (กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ) โทร 02-745-9999
  • สำนักงานใหญ่ (ระยอง) โทร 038-682-666
  • สาขาย่อย (แหลมฉบัง) 038-482-666
  • LINE : @EKCRANE

เราให้ทีมเซลล์ติดต่อกลับหาคุณได้
ใส่เบอร์โทรด้านล่างได้เลย

แหล่งอ้างอิง

  1. การทำงานกับ “ปั้นจั่น” อย่างปลอดภัย. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569. จาก https://osh.labour.go.th/index.php?option=com_content&view=article&id=181:-qq-&catid=16:safety-in-construction&Itemid=197
  2. General Guide for Cranes. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569. จาก https://www.safeworkaustralia.gov.au/sites/default/files/2024-01/general-guide-for-cranes.pdf

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรถเครน (FAQs)

Q: รถเครนขนาด 50 ตัน สามารถยกของหนัก 50 ตันได้ในทุกระยะการทำงานหรือไม่ ?

A: ไม่ได้ น้ำหนักยกสูงสุดที่ผู้ผลิตระบุ เช่น 50 ตัน คือความสามารถในการยกสูงสุดเมื่อระยะรัศมีการทำงานใกล้ตัวรถมากที่สุดและบูมสั้นที่สุด เมื่อต้องยืดบูมยาวขึ้นหรือเพิ่มรัศมีการทำงานให้ไกลขึ้น ความสามารถในการรับน้ำหนักจะลดลงอย่างมากตามตารางน้ำหนักยก การฝ่าฝืนยกของหนักเกินกว่าค่าที่กำหนดในตารางอาจทำให้เครนพลิกคว่ำหรือโครงสร้างบูมหักได้

Q: เอกสาร ปจ.1 และ ปจ.2 สำหรับรถเครนคืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรในไซต์งาน ?

A: ปจ.1 และ ปจ.2 คือแบบฟอร์มบันทึกผลการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่นตามกฎหมายความปลอดภัยของไทย โดย ปจ.1 ใช้สำหรับปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่ และ ปจ.2 ใช้สำหรับรถเครนเคลื่อนที่ เอกสารนี้ต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยวิศวกรเครื่องกล เพื่อยืนยันว่าเครื่องจักรมีสภาพสมบูรณ์ หากไม่มีเอกสารที่ยังไม่หมดอายุ จะไม่สามารถนำรถเครนเข้าปฏิบัติงานในไซต์งานที่ได้มาตรฐานได้

Q: บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของรถเครนตามกฎหมายต้องประกอบด้วยใครบ้าง ?

A: ตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น กำหนดให้ต้องมีบุคลากรที่ผ่านการอบรมและได้รับใบประกาศนียบัตร 4 หน้าที่หลัก (เรียกทั่วไปว่า 4 ผู้) ได้แก่ ผู้บังคับปั้นจั่น (คนขับ), ผู้ให้สัญญาณแก่ผู้บังคับปั้นจั่น, ผู้ยึดเกาะวัสดุ (Rigger) และผู้ควบคุมการใช้ปั้นจั่น เพื่อให้การประเมินแผนการยกและการสื่อสารหน้างานเป็นไปอย่างปลอดภัย

Q: สภาพอากาศแบบใดที่ควรระงับการใช้งานรถเครนทันทีเพื่อความปลอดภัย ?

A: ควรระงับการใช้งานเมื่อมีลมกระโชกแรงเกินกว่าค่าความเร็วลมที่คู่มือผู้ผลิตรถเครนกำหนดไว้ รวมถึงในขณะที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ฝนตกหนักจนบดบังทัศนวิสัย หรือมีฟ้าแลบฟ้าร้อง เนื่องจากเสี่ยงต่อการถูกฟ้าผ่าโครงสร้างที่เป็นโลหะสูง และเสี่ยงต่อการเสียสมดุลของวัตถุที่ถูกยกจากแรงลมปะทะซึ่งนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้