Fire Watch คืออะไร ? บทบาทผู้เฝ้าระวังไฟในงาน Hot Work

ผู้เฝ้าระวังไฟ คือผู้เฝ้าตรวจสอบและป้องกันความเสี่ยงจากประกายไฟในงาน Hot Work

Key Takeaways
ผู้เฝ้าระวังไฟ (Fire Watch) คือบุคลากรสำคัญที่ทำหน้าที่ควบคุมและเฝ้าระวังความเสี่ยงจากประกายไฟในงาน Hot Work เช่น งานเชื่อม ตัด เจียร เพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัยในไซต์งานก่อสร้างและโรงงานอุตสาหกรรม โดยหน้าที่ของผู้เฝ้าระวังไฟจะต้องตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่ก่อนเริ่มงานทุกครั้ง รวมถึงการเฝ้าระวังระหว่างปฏิบัติงาน และติดตามความปลอดภัยหลังงานเสร็จ ที่สำคัญจะต้องปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินกรณีอัคคีภัยอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังจะต้องผ่านการอบรม Fire Watch และมีใบเซอร์ที่ยังไม่หมดอายุ เพื่อช่วยให้การทำงานในไซต์งานก่อสร้างดำเนินไปอย่างปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

Table of Contents

ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและโรงงานที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีงานเชื่อม ตัด เจียร หรือกระบวนการที่ก่อให้เกิดความร้อนและประกายไฟ การควบคุมความปลอดภัยไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทางเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งหนึ่งในตำแหน่งสำคัญที่หลายไซต์งานกำหนดให้มีคือ ผู้เฝ้าระวังไฟ ซึ่งก็คือผู้ปฏิบัติงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ป้องกัน และควบคุมความเสี่ยงที่เกิดจากไฟตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ระหว่างปฏิบัติงาน ไปจนถึงหลังงานเสร็จในแต่ละวัน เพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัยที่อาจสร้างความเสียหายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สิน

การเข้าใจบทบาทของ Fire Watch อย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ควบคุมงาน เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย และผู้ประกอบการสามารถวางแผนควบคุมความเสี่ยงได้อย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยในไซต์งานยุคปัจจุบัน

ผู้เฝ้าระวังไฟคือใคร และทำไมงาน Hot Work ถึงขาดไม่ได้ ?

ผู้เฝ้าระวังไฟ (Fire Watch) คือ บุคลากรที่ได้รับมอบหมายให้เฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ โดยเฉพาะงานประเภท Hot Work เช่น งานเชื่อมโลหะ งานตัดเหล็ก หรือการใช้หัวพ่นไฟในพื้นที่ก่อสร้าง

หน้าที่สำคัญของผู้เฝ้าระวังไฟคือการตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่ ป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า และสามารถระงับเหตุเบื้องต้นได้ทันทีหากเกิดเหตุผิดปกติ ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามเป็นอุบัติเหตุร้ายแรง

ความแตกต่างระหว่างผู้เฝ้าระวังไฟและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง

แม้ทั้งสองตำแหน่งจะเกี่ยวข้องกับการควบคุมไฟเหมือนกัน แต่มีขอบเขตหน้าที่ที่แบ่งกันอย่างชัดเจนตามระยะของเหตุการณ์

ผู้เฝ้าระวังไฟ

เน้นการป้องกันก่อนเกิดเหตุ ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง และเฝ้าระวังเฉพาะจุดที่มีการปฏิบัติงานที่เกี่ยวกับความร้อน (Hot Work) พร้อมใช้อุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้นเมื่อเกิดประกายไฟผิดปกติ

เจ้าหน้าที่ดับเพลิง

ทำหน้าที่ตอบโต้เหตุฉุกเฉินเมื่อเกิดเพลิงไหม้ขนาดใหญ่ โดยใช้เครื่องมือเฉพาะทาง และผ่านการฝึกกู้ภัยขั้นสูงเพื่อควบคุมสถานการณ์ที่ซับซ้อน หากพูดให้เห็นภาพมากขึ้นก็คือ ผู้เฝ้าระวังไฟคือ “ด่านหน้า” ของระบบป้องกันอัคคีภัยในไซต์งาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงคือ “ทีมสนับสนุนหลัก” เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรง

งานประเภทไหนที่ต้องมีผู้เฝ้าระวังไฟคอยดูแล ?

ตามมาตรฐานความปลอดภัย งานที่จัดอยู่ในกลุ่ม Hot Work จำเป็นต้องมีผู้เฝ้าระวังไฟประจำพื้นที่ ได้แก่

  • งานเชื่อม (Welding) ซึ่งอาจเกิดสะเก็ดไฟกระเด็นไกลและสะสมความร้อนสูง
  • งานตัดและเจียร (Cutting & Grinding) ที่อาจก่อให้เกิดสะเก็ดไฟจำนวนมาก
  • งานที่ใช้เปลวไฟโดยตรง เช่น งานติดตั้งระบบกันซึมดาดฟ้า หรือการใช้หัวพ่นไฟในงานติดตั้งโครงสร้าง

งานในไซต์งานก่อสร้างเหล่านี้ จะต้องได้รับใบอนุญาตทำงานประกายไฟ (Hot Work Permit) ก่อนเริ่มปฏิบัติงานทุกครั้ง

หน้าที่ผู้เฝ้าระวังไฟในการควบคุมความปลอดภัยระหว่างงานเชื่อม ตัด และงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟ

เจาะลึกหน้าที่ผู้เฝ้าระวังไฟและขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน

หน้าที่ผู้เฝ้าระวังไฟ ความรับผิดชอบต่อการทำงานจะครอบคลุมตั้งแต่การควบคุมความปลอดภัยตลอดกระบวนการทำงาน โดยแบ่งเป็น 3 ระยะหลัก ได้แก่

ระยะที่ 1 : ก่อนเริ่มงาน (Setup)

ตรวจสอบใบอนุญาตทำงานประกายไฟ (Hot Work Permit) ให้ถูกต้องตามช่วงเวลา เคลียร์เชื้อเพลิงและวัสดุไวไฟในรัศมีอย่างน้อย 11 เมตร (35 ฟุต) พร้อมจัดวางถังดับเพลิงในจุดที่พร้อมใช้งานที่สุด

ระยะที่ 2 : ระหว่างปฏิบัติงาน (Monitoring)

เฝ้าสังเกตทิศทางของสะเก็ดไฟอย่างต่อเนื่อง หากพบว่าสภาพแวดล้อมไม่พร้อมต่อการปฏิบัติงาน หรืออุปกรณ์ป้องกันชำรุด ผู้เฝ้าระวังไฟมีอำนาจสั่งหยุดงานได้ทันทีเพื่อป้องกันอันตราย

ระยะที่ 3 : หลังจบงาน (Post-Watch)

เมื่อช่างหยุดทำงานแล้ว ผู้เฝ้าระวังไฟต้องอยู่เฝ้าพื้นที่ต่ออย่างน้อย 30-60 นาที เพื่อตรวจหาเศษไฟที่อาจคุโชนอยู่ใต้กองวัสดุหรือช่องผนัง ก่อนจะทำการเซ็นปิดใบอนุญาตทำงานอย่างเป็นทางการ

หน้าที่ของผู้เฝ้าระวังไฟเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ปฏิบัติงานผู้เฝ้าระวังไฟ ต้องดำเนินการตามแผนฉุกเฉินกรณีอัคคีภัย เพื่อควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นและลดความเสี่ยงในไซต์งาน ดังนี้

  • แจ้งเหตุไปยังผู้เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงทันที
  • ประเมินระดับความรุนแรงของเพลิงไหม้ในพื้นที่
  • ใช้อุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้นควบคุมเหตุ เพื่อความปลอดภัยต่อการปฏิบัติงาน
  • อพยพผู้ปฏิบัติงานไปยังจุดรวมพลตามแผนฉุกเฉิน
  • ประสานงานและให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเมื่อมาถึงสถานที่เกิดเหตุ 

การอบรม Fire Watchสำคัญอย่างไรต่อความปลอดภัยในไซต์งานก่อสร้าง ?

การอบรม Fire Watch เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าใจหน้าที่ตามมาตรฐานความปลอดภัย และสามารถทำงานร่วมกับทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยทั่วไป เนื้อหาหลักในการฝึกอบรมมักครอบคลุมการป้องกันด้านต่าง ๆ ดังนี้ 

  • การใช้ถังดับเพลิงแต่ละประเภท
  • การประเมินพื้นที่เสี่ยง Hot Work
  • การตรวจสอบเชื้อเพลิงและวัสดุไวไฟ
  • การปฏิบัติตามแผนฉุกเฉินกรณีอัคคีภัย
  • การสื่อสารเหตุฉุกเฉินในไซต์งาน

ใบเซอร์ผู้เฝ้าระวังไฟ มีอายุกี่ปีและต้องต่ออายุหรือไม่ ?

โดยทั่วไป ใบรับรองการอบรม Fire Watch มีอายุประมาณ 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของสถาบันฝึกอบรมหรือข้อกำหนดขององค์กร ซึ่งหลังจากครบกำหนดควรเข้ารับการอบรมทบทวน (Refresh Training) อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างสมบูรณ์ 

  • อัปเดตมาตรฐานความปลอดภัยใหม่
  • เพิ่มทักษะการใช้อุปกรณ์ดับเพลิง
  • ปรับความเข้าใจตามกฎหมายล่าสุด
  • เพิ่มความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉิน

เลือกใช้รถเครนที่ได้มาตรฐาน ช่วยลดความเสี่ยงงาน Hot Work ได้อย่างไร ?

ในงานยกติดตั้งที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงจากความร้อนสูง เช่น งานเชื่อม ตัด เจียร การเลือกใช้เครื่องจักรที่ได้มาตรฐานถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านอัคคีภัยในไซต์งาน

การเลือกใช้บริการรถเครนให้เช่าที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน พร้อมบุคลากรที่เข้าใจขั้นตอน Hot Work ที่สามารถประสานงานร่วมกับผู้เฝ้าระวังไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้โครงการดำเนินไปอย่างปลอดภัย รวดเร็ว และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

EK CRANE พร้อมให้บริการรถเครนให้เช่าครอบคลุมทุกสเกลงาน ตั้งแต่ 10 ตัน, 25 ตัน ไปจนถึงเครนขนาดใหญ่ 550 ตัน พร้อมทีมงานมืออาชีพที่ผ่านการอบรมด้านความปลอดภัยครบถ้วน สนับสนุนทุกโครงการให้ดำเนินงานได้ตามแผน ลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย และเพิ่มความมั่นใจในการทำงานในพื้นที่ Hot Work ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • สำนักงานใหญ่ (กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ) โทร 02-745-9999
  • สำนักงานใหญ่ (ระยอง) โทร 038-682-666
  • สาขาย่อย (แหลมฉบัง) 038-482-666
  • LINE : @EKCRANE

เราให้ทีมเซลล์ติดต่อกลับหาคุณได้
ใส่เบอร์โทรด้านล่างได้เลย

แหล่งอ้างอิง

  1. ผู้เฝ้าระวังไฟคือใคร. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569. จาก https://www.safesiri.com/fire-man/
  2. ผู้เฝ้าระวังไฟ (Fire Watch Man) และบทบาทสำคัญในการป้องกันไฟไหม้. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569. จาก https://www.safetymember.net/fire-watch-man-2/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับผู้เฝ้าระวังไฟ (FAQs)

Q: ผู้เฝ้าระวังไฟจำเป็นต้องประจำอยู่ตลอดเวลาที่มีงาน Hot Work หรือไม่ ?

A: จำเป็น เนื่องจากงาน Hot Work เช่น งานเชื่อม ตัด เจียร มีความเสี่ยงต่อการเกิดประกายไฟและการลุกไหม้ได้ตลอดเวลา ผู้เฝ้าระวังไฟจึงต้องอยู่ประจำพื้นที่ตลอดช่วงปฏิบัติงาน และเฝ้าตรวจสอบต่อหลังจบงานตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกันการเกิดอัคคีภัยซ้ำจากความร้อนสะสม

Q: พื้นที่แบบใดที่ควรกำหนดให้มีผู้เฝ้าระวังไฟเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ?

A: พื้นที่ที่มีวัสดุไวไฟ พื้นที่อับอากาศ พื้นที่สูง หรือพื้นที่ใกล้เครื่องจักรและโครงสร้างเหล็ก เช่น งานติดตั้งในไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ ควรกำหนดให้มีผู้เฝ้าระวังไฟเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากประกายไฟที่อาจลุกลามได้รวดเร็ว

Q: ผู้เฝ้าระวังไฟสามารถปฏิบัติงานอื่นควบคู่ระหว่างเฝ้าพื้นที่ได้หรือไม่ ?

A: ไม่ควร เนื่องจากหน้าที่หลักของผู้เฝ้าระวังไฟคือการเฝ้าสังเกตความเสี่ยงจากประกายไฟอย่างต่อเนื่อง หากปฏิบัติงานอื่นควบคู่กันไปด้วย อาจทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้ทันเวลา และเพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ทำงาน

Q: หากไม่มีผู้เฝ้าระวังไฟ สามารถเริ่มงานที่มีประกายไฟได้หรือไม่ ?

A: ไม่ควรเริ่มงาน เนื่องจากงานที่เข้าข่าย Hot Work ต้องมีมาตรการควบคุมความปลอดภัยตามข้อกำหนดของไซต์งานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การไม่มีผู้เฝ้าระวังไฟอาจทำให้การทำงานไม่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยได้